อยากลดความเครียด และอาการซึมเศร้า น้ำมันงาดำช่วยเราได้

แต่ก่อนนั้น เราเคยคิดว่าวิตามินบีนั้น ช่วยแก้อาการเหน็บชา เพราะเราอาจเคยคุ้นเคยกับการท่องจำติดปากที่ว่า เอตา ชาบี ซีฟัน ซึ่งก็คือ วิตามินเอดีต่อตา วิตามินบีช่วยอาการเหน็บชา และวิตามินซีดีต่อฟันของเรา แต่ในความจริงแล้ว วิตามินบีที่เราท่องจำนั้นยังมีผลต่อระบบประสาท เส้นประสาท และรวมถึงกระดูกไขสันหลังของเราด้วย

Brain system

วิตามินบีสำคัญต่อร่างกายเราทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีโรคและอาการหลายอย่างที่เกิดจากการขาดวิตามินบี เช่น อาการอ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท ปวดหัว มึนหัว ท้องผูก เบื่ออาหาร ความจำเสื่อม ซึมเศร้า เหน็บชาตามร่างกาย รวมไปจนถึงโรคทางด้านอารมณ์ สมอง และจิตใจด้วย

ในปัจจุบัน วิตามินบีที่เราสามารถได้รับโดยการรับประทานเข้าไปนั้นถูกทำให้ลดถอยลงหรือถึงขั้นหมดไปจากอาหารนั้นๆ และทำให้คนเราเป็นโรคหรือมีอาการที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น ก็เนื่องจากอาหารที่เหล่านี้ มีการใช้สารเคมีและเมล็ดพืชที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นSad face

ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา โรคและอาการที่เกิดจากการขาดวิตามินบีนั้นมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และถือว่าเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจัง ในชีวิตและความเป็นอยู่ของคนเราในปัจจุบันนั้น ล้วนมีแต่ความรีบเร่งและความตึงเครียด อีกทั้งสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นในการบำรุงสมองที่เราควรจะได้รับจากการบริโภคในชีวิตประจำวันนั้น ก็ยังไม่เพียงพออีก จึงทำให้คนเราเกิดโรคเครียดและอาการซึมเศร้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว

sesameพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 2 3 5 6 และ 9 พร้อมด้วยมีกรดพาราอะมิโนซิคอย่างงาดำนั้น มีฤทธิ์ที่จะช่วยในการบำบัดอาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ลดความเครียดและอาการซึมเศร้า และเหน็บชาได้ด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยในการปรับสภาพอารมณ์ จิตใจ และทัศนคติให้ดีขึ้นอีกด้วย

 

น้ำมันงาดำกับการล้างหลอดเลือดเพื่อช่วยลดความดันโลหิต และบำรุงหัวใจ

โอเมก้า 3-6-9 นั้นมีประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด ในน้ำมันงาดำนั้นมีกรดไลโนเลอิกและโอเมก้า 3-6-9 ที่มีความสมดุลพอดี ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมบำรุงและล้างทำความสะอาดหลอดเลือด และรวมถึงระบบการทำงานของหัวใจ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและอวัยวะที่เกี่ยวข้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ติดขัด blood flow in body

น้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้นยังมีสารสำคัญเฉพาะตัวที่ไม่พบในพืชอื่นๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของงาดำ อย่างเช่น เซซามอล และ ดีเซซามิน ที่มีหน้าที่ฟื้นฟูเซลล์ต่างๆของร่างกายเรา และเบต้าซิทโทสเตอรอล ยังช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดและหัวใจอีกด้วย

วิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และธาตุเหล็ก ที่มีอยู่ในน้ำมันงาดำสกัดเย็น ล้วนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบการทำงานของหัวใจ ซึ่งกล่าวได้ว่าน้ำมันงาดำนั้น จัดเป็นอาหารเสิรมอย่างดีในการช่วยบำรุงหัวใจ และดูแลหลอดเลือดของเราให้แข็งแรงrunning heart

ดังนั้น การรับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นเป็นประจำ จะสามารถช่วยให้การควบคุมแรงดันของโลหิตเป็นไปได้อย่างปกติ ทั้งผู้ที่มีความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตต่ำ ในการแพทย์แผนจีนนั้น หากตับและไต เกิดการทำงานที่ไม่เป็นปกติ ความดันโลหิตก็จะผิดปกติตามไปด้วยสารโอเมก้า 3-6-9 และสารอื่นๆ ในงาดำที่มีสรรพคุณในการดูแลบำรุงหัวใจนั้น ยังมีผลบำรุงรักษาตับและไตให้แข็งแรงและทำงานเป็นปกติได้ดีอีกด้วย ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน ควรรับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว

sesame oil pix

 

น้ำมันงาดำช่วยให้เรานอนหลับสนิทและนอนอย่างผ่อนคลาย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกไม่รู้สึกสดชื่น เหนื่อยล้า หลังจากตื่นนอนทุกเช้าแล้วล่ะก็ คุณอาจจะกำลังพบเจออยู่กับโรคที่เรียกว่า “Racing Head Syndrome” หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า “สมองไม่ยอมหยุดคิด”

can't sleep 1

โรคนี้จะทำให้เรามีปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับแล้วก็ฝันร้าย ตื่นขึ้นกลางดึกและก็นอนต่อไม่ได้ พอรุ่งเช้าที่เราตื่นมา ก็จะไม่สดชื่น อ่อนเพลียระหว่างวัน ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันลดถอยลง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการสังสรรค์อย่างเหนื่อยล้ากับครอบครัวและเพื่อนๆ

โรคนี้ก่อความไม่สบายใจและสบายตัวในผู้ที่ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลัวการนอนและกลายเป็นความกังวล จนทำให้มีความคิดวุ่นวายมากมายอยู่ในหัวจนนอนไม่หลับหรือตื่นบ่อยๆขึ้น บางคนมีอาการเรื้อรังต่อเนื่องจนทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อร่างกายและจิตใจ เกิดความอ่อนแรงเหนื่อยล้าตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสภาวะทางด้านอารมณ์และการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีผลกระทบต่อคนรอบข้างด้วย

lady can't sleep

น้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้นมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) ซึ่งกรดชนิดนี้จะพบมากในน้ำมัน 3 ชนิด คือน้ำมันงาดำ น้ำมันรำข้าว และน้ำมันเมล็ดเทียนดำเทียนแดง การรับประทานน้ำมันที่มีกรดไลโนเลอิกนี้จะสามารถช่วยให้สมองและกล้ามเนื้อของเราผ่อนคลาย เพราะสมองจะหลั่งสารที่ใช้การกระตุ้นการพักผ่อนช่วยให้หยุดความคิดฟุ้งซ่านเกินจำเป็น และพร้อมที่จะหลั่งฮอร์โมนเพื่อใช้ในการซ่อมแซมในเวลาเข้านอน

น้ำมันงาดำนั้นมีสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์มากมายหลายอย่างทีเดียว หนึ่งในนั้นก็คือการช่วยให้สมองทำงานและหลั่งฮอร์โมนอย่างสมดุล “เมลาโทนิน”  เป็นฮอร์โมนตัวหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการนอนหลับพักผ่อนของเรา ซึ่งจะถูกควบคุมด้วยต่อมไร้ท่อที่ชื่อ “ไพเนียล” หรือที่เรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ตาที่3” นั่นเอง

โดยปกติแล้ว ฮอร์โมนเมลาโทนิน จะถูกหลั่งมากในตอนพระอาทิตย์ตกดิน และจะเริ่มหลั่งน้อยลงไปในขณะที่เริ่มเช้าหรือช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้ร่างกายได้พักผ่อนและสามารถเริ่มระบบซ่อมแซมตนเอง โดยปกติทั่วไปแล้ว 80% ของการเติบโตและการรักษาซ่อมแซมตนเองนั้น จะเกิดขึ้นในขณะที่เรานอนหลับโดยมีฮอร์โมนเมลาโทนินเป็นต้วกระตุ้นให้เกิดกระบวนการนี้ขึ้นsesame oil capsule

ในน้ำมันงาดำนั้นมีธาตุโพแทสเซียมที่ช่วยในการผ่อนคลายของสมองและกล้ามเนื้อสูง และยังมีธาตุลิเทียม ที่จำเป็นต่อสมองและระบบประสาทอย่างมาก ซึ่งทำให้กลายเป็นอาหารอันดับต้นๆที่ช่วยส่งเสริมการนอน

คุณหมอพล ภูผาวัฒนากิจ แผนศาสตร์ธรรมชาติบำบัดการแพทย์แผนตะวันออกได้ได้แนะนำไว้ว่า การรับประทานน้ำมันงาดำ วันละ 2,000 – 4,000 มิลลิกรัมสำหรับผู้ใหญ่ โดยแบ่งรับประทานเป็น 2 เวลาพร้อมอาหารจะช่วยให้การนอนหลับของเราดีขึ้นในระยะเวลาไม่นาน เพราะการนอนหลับที่สนิทและผ่อนคลายจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ดูแลบำรุงรักษาและขับพิษในตับและไตด้วยน้ำมันงาดำ

ทางการแแพทย์ด้านสมุนไพรศาสตร์ทั้งของประเทศจีนและอินเดียนั้น มีบันทึกวิจัยเกี่ยวกับเรื่องของงาดำที่มีผลในทางการแพทย์ที่่่สามารถช่วยในการบำรุงไตเสื่อม และฟื้นฟูการทำงานของไต สีดำและรสเค็มที่ต้องเดินทางตามเส้นลมปราณของอวัยวะไต ซึ่งเป็นตัวควบคุมการสร้างฮอร์โมนทางเพศ กระดูก ความชุ่มชื้นของเส้นผมและผิวหนัง และยังรวมไปถึงช่วยควบคุมความเสื่อมโดยรวมของร่างกายเราด้วย เปรียบได้ว่า ไตนั้นเป็นเสมือนที่กักเก็บพลังงานตั้งต้นและทดแทนของร่างกายเรานั่นเอง

ทางการแพทย์ธรรมชาติบำบัด มีการเชื่อมโยงการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างไตและหัวใจนั้น จะถูกเรียกว่า “เหนือกับใต้” หรือ “น้ำกับไฟ” ในความหมายนี้ “ทิศเหนือ” และ “ธาตุไฟ” นั้น จะเป็นตัวแทนของหัวใจ ที่สื่อออกถึงความกระตือรือร้น ความคิดที่สร้างสรรค์ และความปรารถนา ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง “ทิศใต” และ “ธาตุน้ำ” นั้น ก็เป็นตัวแทนของไต ที่ แสดงถึงการพักผ่อน ความอบอุ่มและปลอดภัย ความเข้าใจ และความมีสมดุล heart

หากไตและหัวใจเกิดการทำงานที่ไม่สมดุลกันขึ้น ร่างกายเราจะมีการตอบสนองให้เห็นซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเช่น อาการวัยทอง อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ หน้าตาไม่สดใส ผิวพรรณและผมเสื่อมโทรม สมองเสื่อม เกิดอาการเกี่ยวกับโรคไขข้อและกระดูก แต่หากเพียงระบบไตและหัวใจในร่างกายของเราทำงานเป็นไปอย่างสมดุลกัน เราก็จะสามารถผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิตของเราไปได้อย่างเป็นปกติและสมกับวัยของเรา

kidney-liver

และที่สำคัญอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่งในร่างกายเรา ไตกับตับนั้น นับเป็นอวัยวะที่เป็นแหล่งทำความสะอาดใหญ่ของร่างกายเลยทีเดียว อวัยวะ2ชิ้นนี้มีความสัมพันธ์ทางด้านเลือดและของเหลวในร่างกาย กล่าวคือ เลือด 1 ลิตร จะผ่านการกรองของตับในทุกๆ 1 นาที และของเสียทั้งหลายก็จะถูกปล่อยผ่านไปทางไต เพื่อจะขับออกมาในรูปของอุจจาระ เหงื่อ และปัสสาวะ

ดังนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราควรจะดูแลรักษาตับและไตของเรา การที่ตับและไตเราสามารถทำงานได้อย่างปกติและสมดุล จะทำให้ระบบในร่างกายของเราในการกรองของเสียและพิษในเลือดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรง

การทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอนั้นเป็นหนึ่งทางเลือกในการดูแลตนเอง ที่จะสามารถช่วยดูแลบำรุงและขับพิษในตับและไตได้แล้ว ก็ยังช่วยส่งผลดีต่อเส้นผลของผู้บริโภค เพราะทำให้มีเส้นผมที่ดกดำเงางาม รวมทั้งผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล และแลดูอ่อนกว่าวัย

 

ทำไมน้ำมันงาดำสกัดเย็น ถึงช่วยในเรื่องควบคุมโรคความดันสูงได้

มีการวิจัยค้นพบว่า น้ำมันงาดำนั้นสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานได้จริง ซึ่งการศึกษาเรื่องนี้ ยังค้นพบอีกด้วยว่า น้ำมันงาดำนั้น สามารถช่วยควบคุมความดันของกลุ่มผู้ป่วย ด้วยโรคความดันโลหิตสูง ให้เป็นปกติได้ ด้วยเหตุที่น้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้นมีสารประกอบสำคัญอยู่ 5 ชนิดที่ช่วยควบคุมโรคความดันโลหิตสูงให้เป็นปกติได้

pressure table

สารสำคัญชนิดแรกนี้ คือ โอเมก้า 3-6-9 ที่มีอยู่น้ำมันงาดำสกัดเย็น สารตัวนี้จะสามารถช่วยดูแล ซ่อมแซมเส้นเลือดและหัวใจในร่างกายเรา ส่วนสารตัวต่อไปก็คือ สารเซซามินที่มีเฉพาะในน้ำมันงาดำนั้น ก็จะช่วยบำรุงหัวใจและไต ทำให้การสูบฉีดเลือดดำเนินไปอย่างปกติ

Black sesameแมกนีเซียมและสังกะสี ก็เป็นสารสำคัญ ซึ่งพบในนำ้มันงาดำ ที่จะช่วยคบคุมให้การเต้นของหัวใจนั้นเป็นปกติ และยังช่วยลดความดันด้วย ส่วนวิตามินอีในน้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้น จะเป็นสารที่จะช่วยเข้าไปล้างชำระหลอดเลือดของเราให้สะอาด เพื่อลดการอุดตันในเส้นเลือด และตัวไขมันชนิดดี หรือ HDL ที่ได้จากการกินน้ำมันงาดำ ก็จะไปช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเส้นเลือดของเรา ทำให้ลดการอุดตันของเส้นเลือดและหัวใจ

pressure machineดังนั้น โรคความดันสูงนี้ สามารถดูแลรักษา และควบคุมได้ หากเรานั้นรู้จักวิธีที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น จังหวะการเต้นและการทำงานของหัวใจและระบบทำงานของไต จะดำเนินได้ไปอย่างปกติ หากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ได้บริโภคน้ำมันที่มีสารเซซามินอยู่สูงเป็นประจำทุกวัน สภาวะความดันโลหิตสูงจะปรับลดลงและจะสามารถอยู่ในระดับคงตัวได้ในสภาวะที่เหมาะสม อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของเส้นเลือดได้อีกด้วย

น้ำมันงาดำ ช่วยลดอาการโรคปวดหัวเรื้อรัง และไมเกรน

โรคปวดหัวเรื้อรัง โดยเฉพาะไมเกรนนั้น เป็นโรคที่ไม่พึงประสงค์อย่างยิ่ง และถ้าหากใครไม่เป็นก็คงไม่ทราบถึงความเจ็บปวดอันแสนร้ายกาจ และความทุกข์ทรมานอย่างเอ่ยไม่ได้ที่ได้รับทุกครั้งที่เกิดอาการขึ้น บางครั้งอาการปวดหัวไมเกรนนี้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานได้เป็นวันๆเลยทีเดียว มีการกล่าวไว้ว่าอาการปวดหัวไมเกรนนี้เป็นอาการอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยโรคนี้ถึงขั้นอยากจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้เลยทีเดียว

headachอาการเฉพาะของโรคไมเกรน แบบคลาสสิกนั้น จะเริ่มจากอาการทางสายตาและประสาทหู ซึ่งอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการเหล่านี้แล้ว ก็จะรู้ได้เลยว่าอาการปวดหัวไมเกรนนั้นกำลังจะตามมา ซึ่งจะปวดมากปวดน้อยก็แล้วแต่จะเป็น และก็สามารถปวดได้ต่างบริเวณกันด้วยในแต่ละครั้งที่เกิดอาการขึ้น รวมถึงการเกิดอาการปวดนี้ก็จะเกิดได้ตลอดเวลา บางครั้งปวดครั้งเดียวต่ออาทิตย์ หรือแม้กระทั่งปวดต่อเนื่องกันหลายๆครั้งในรอบหนึ่งเดือน

สาเหตุหลักของการเกิดไมเกรนนั้นก็คือ ความเครียดเรื้อรังและความผิดปกติของอวัยวะภายในของร่างกายเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบฮอร์โมนของเรา ผู้ป่วยอาจจะมีสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าให้เกิดอาการปวดหัวต่างกันไป เช่นบางคนอาจถูกกระตุ้นโดยการดื่มแอลกอฮอร์, กินช็อกโกแลต, หรือโดยอาการทางร่างกายเช่น หนาวหรือร้อนเกินไป หรือร่างกายมีอาการเหนื่อยมากเกินไป เหล่านี้เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวเรื้อรัง และไมเกรนนี้ สามารถดูแลและรักษาได้ในหลายวิธีดังนี้

  1. การกินน้ำมันงาดำสกัดเย็น 3,000-5,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้น้ำมันงาเข้าไปช่วยปรับระบบฮอร์โมนในร่างกาย และช่วยส่งเสริมการทำงานของตับและไตให้ดีขึ้น ที่่สำคัญน้ำมันงาดำนี้ จะเข้าไปช่วยปรับสมดุลของการทำงานในสมอง เพราะโพแทสเซียมและกรดอะมิโนต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกายที่มีอยู่ในน้ำมันงาจะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการลดน้อยลงจนถึงขั้นใช้ชีวิตได้อย่างปกติเลยทีเดียว
  2. การใช้น้ำมันงานวดเท้าและส่วนลำคอ จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเลือดในร่างกายให้ดีขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญกับการทำงานของสมอง การนวดเท้าและคอของเราด้วยน้ำมันงาสกัดเย็นพร้อมกับน้ำมันอื่นๆ ที่เราต้องการใช้ร่วมด้วย เช่นน้ำมันลาเวนเดอร์นั้น จะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยผ่อนคลายประสาทที่คอและเท้าได้อย่างดี โดยเฉพาะการนวดคลึงบริเวณง่ามนิ้วเท้านั้น จะช่วยให้ผู้ป่วยหายปวดหัวได้เร็วขึ้น และหากได้ทำเป็นประจำก่อนนอนและตื่นนอน จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดไมเกรนได้foot massage
  3. การประคบร้อนด้วยลูกประคบที่ชุบน้ำมันงาดำอุ่นๆที่ต้นคอ หลัง และต้นขา จะทำให้การหมุนเวียนของระบบเลือดในร่างกายเราดีขึ้น, ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมน, และย้งช่วยส่งเสริมการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายเราให้ทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย วิธีนี้ควรทำอย่างน้อย1-3ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้เกิดผลทางการรักษาสูงสุด

นอกจากนี้ การดูแลตัวเองและควบคุมน้ำหนักของร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดีนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและควรทำอย่างยิ่่ง งดการกินอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำให้จิตใจให้เบิกบาน เริ่มที่ตัวเราก่อน เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถช่วยลดปัญหาต้นเหตุไปได้มากมายหลายประการ ที่ก่อให้เราเกิดอาการปวดหัวออกไปได้อย่างดี

งาดำ กับการช่วยป้องกันเบาหวานและรักษาเบาหวาน

ปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า การบริโภคอาหารของเรานัั้นแตกต่างมากกับในสมัยก่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภคอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลที่สูง, แป้งขัดขาวท่ี่ไม่มีกากใย เช่นพวกขนมปังสีขาวทั้งหลายที่ทำเป็นแซนวิชขายเพื่อสะดวกรวดเร็วในการพกพาและบริโภคในชั่วโมงเร่งด่วน, และรวมถึงการที่ต้องกินเนื้อสัตว์ที่มีสารช่วยเร่งโต เร่งสี และยาปฏิชีวนะที่แฝงอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมไปถึงนิสัยการบริโภคที่กินมากเกินกว่าที่ควรเป็นกว่าเท่าตัวด้วย

ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในการบริโภคที่เปลี่ยนไป จึงทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่พอเพียงหรืออยู่ในระดับต่ำ จึงทำให้ร่างก่ายเรามีสภาวะน้ำตาลเกิน ซึ่งทำให้มีการแปลงสารอาหารเป็นพลังงานต่ำและจะมีอัตราการถดถอยของร่างกายเร็ว

 

เบาหวานการรับประทานอาหารนั้น เป็นสิ่งพื้นฐานที่ร่างกายเราต้องการเพื่อความอยู่รอดในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่หากว่า เรามีการรับประทานอาหารที่มากเกินจำเป็น และบริโภคในรูปแบบที่ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ อีกทั้งยังต้องบริโภคสารเคมีปนเปื้อนในอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เอง พวกเราอาจต้องรับโทษจากการบริโภคมากกว่าที่จะได้รับประโยชน์ต่างๆ จากสารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“โรคเบาหวาน” เป็นหนึ่งในโรคสุดนิยมที่เราได้พบเห็นกันบ่อยในโลกปัจจุบัน สามารถพบเห็นได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย โรคนี้มี 2 ประเภท คือประเภทที่เป็นมาแต่กำเนิด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม และอีกประเภทหนึ่งก็คือที่เป็นตอนโตแล้ว ซึ่งประเภทหลังนี้ เกิดจากการที่ใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมซึ่ีงก่อให้เกิดการขาดความสมดุลทางด้านโภชนาการต่อร่างกาย

โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นในวัยเด็กและวัยรุ่นนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเกิดจากกรรมพันธ์ุเป็นส่วนใหญ่ โดยมักเกิดจากการทำงานของตับอ่อนที่ผิดปกติซึ่งเป็นตัวควบคุมและเปลี่ยนแปลงระดับน้ำตาลในเลือด เบาหวานชนิดนี้จะรักษาได้ค่อนข้างยาก แต่ทว่ามันสามารถถูกควบคุมให้อยู่ในอัตราที่คงที่ได้ หากเรารู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง

ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ควรจะเป็นไปในทางที่เหมาะสมในระยะต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายรวนเรนั้น แท้จริงแล้ว ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นแบบชนิดป้องกันได้ และที่ดีไปกว่านั้นคือ โรคเบาหวานชนิดนี้สามารถรักษาให้หายได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันและดูแลการบริโภคอาหารให้เหมาะสม และอีกอย่างที่จะเป็นตัวช่วยปรับสมดุลของร่างกายในการรักษาโรคเบาหวานประเภทนี้ ก็คือการบริโภคอาหารเสริม เพื่อเข้าไปช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับอ่อนในการควบคุมปริมาณการย่อยอาหารและเปลี่ยนแปลงน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ

 

เบาหวาน2มีปัจจัย 3 อย่างที่มีผลเกี่ยวเนื่องกันที่ทำให้เราทุกคนนั้น สามารถเป็นโรคเบาหวานได้คือ ระบบการทำงานในการย่อยอาหารและดูดซึมน้ำตาล, ความสมดุลของระบบฮอร์โมน เช่น DHEA เทสโทสเตอโรน และประสิทธิภาพในการทำงานของตับและไตของเรา

ผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการมีความผิดปกติของทั้งปัจจัย3อย่างที่กล่าวไว้ แต่อาจจะเริ่มจากมีความผิดปกติในปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งขึ้นก่อนจนทำให้ปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดโรคนี้ตามมา ในปัจจุบันนี้ โรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่ได้พบเจอแต่ในผู้สูงวัยอย่างในอดีต แต่ทว่าทุกคนในทุกๆวัย ก็สามารถที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ หากไม่รู้วิธีในการดูแลตัวเองในการบริโภคประจำวันและป้องกันรักษาระบบในร่างกายให้ทำงานอย่างถูกต้อง

มีการวิจัยในประเทศแถบยุโรป โดยการให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานใช้น้ำมันงาดำในการประกอบอาหารในชีวิตประจำวันแทนการใช้น้ำมันอื่นๆที่เคยใช้ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ และผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถควบคุมสภาวะน้ำตาลในเลือดให้เป็นไปอย่างปกติได้ และยังส่งผลที่ดีต่อสภาวะความดันโลหิตสูงที่ลดลงได้ต่อเนื่อง ซึ่งสภาวะความดันโลหิตสูงนั้นมักจะเกิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานด้วย

 

น้ำมันงาดำน้ำมันงาดำ มีปริมาณโอเมก้า 3-6-9 ที่สมดุลและพร้อมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ โอเมก้า 3-6-9 นี้มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของอวัยวะภายในร่างกาย และยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและปรับสมดุลระบบฮอร์โมนให้เป็นไปอย่างปกติ เพราะคอเลสเตอรอลชนิดดีที่มีอยู่ในน้ำมันงาดำนี้จะเป็นแหล่งวัตถุดิบอย่างดีที่ร่างกายเราสามารถนำมาสร้างความสมดุลของฮอร์โมน

มีนักวิจัยค้นพบว่า การใช้น้ำมันงาดำสกัดเย็นเพื่อประกอบการปรุงอาหาร หรือรับประทานพร้อมกับอาหารนั้นจะทำให้ระบบการย่อยและดูดซึมน้ำตาลช้าลง และทำให้ระบบการหลั่งสารอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือดเป็นไปอย่างปกติโดยไม่มีผลกระทบใดต่อสมดุลของระบบโดยรวม ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าแมกนีเซียมและสารเซซามินในน้ำมันงาดำนั้น จะเข้าไปช่วยควบคุมระบบย่อยและการหลั่งของฮอร์โมน โดยเฉพาะอินซูลิน

เมล็ดงาดำนั้นถือเป็นยาที่มีสรรพคุณในการบำรุงปอดและไต และทางแพทย์จีนเชื่อว่า หากปอดและไตของคนเรามีปัญหา ก็จะทำให้เกิดโรคเบาหวานหรือมีน้ำตาลในเลือดที่ไม่คงตัวได้ แต่ถ้าเรารู้จักดูแลบำรุงรักษาปอด, ตับและไตของเราเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้อย่างดี

ในน้ำมันงาดำที่สกัดเย็นนั้นจะมีสารโครเมียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียมอยู่สูง ซึ่งสารเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการส่งเสริมการทำงานของตับอ่อนและควบคุมน้ำตาลได้อย่างดี นอกจากนี้ สารเซซามอลที่พบอยู่ในงาดำเท่านั้น จะยังช่วยปกป้องอวัยวะภายในจากสารพิษและอนุมูลอิสระได้อีกด้วย

หากเรารู้ตัวแล้วว่าเป็นโรคเบาหวาน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดโรคอื่นๆตามมาได้อีก เพราะหากทิ้งไว้จะทำให้อินซูลินในเลือดสูงเรื้อรัง ทำให้เราอาจอยู่ในสภาวะโรคด้านการเผาผลาญ (Metabolic Syndrome) และหลอดเลือดแข็งตัว ก่อให้เกิดอันตรายต่อหัวใจและเส้นเลือดได้อีก

สรรพคุณน้ํามันงา